แชร์

เสียงดังในคลังสินค้า ส่งผลเสียต่อการสื่อสารในโรงงานอย่างไร?

อัพเดทล่าสุด: 15 ก.ย. 2026
24 ผู้เข้าชม
เสียงดังในคลังสินค้า

ปัญหาเสียงดังในคลังสินค้า ทั้งจากเครื่องจักร เสียงรถเข็น เสียงล้อกระทบพื้นต่อเนื่อง จนทำให้การสื่อสารผิดพลาด เช่น หัวหน้าตะโกนว่าให้หยิบของล็อต B แต่ดันได้ยินว่าล็อต D สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องทั่วไป เพราะเมื่อระดับเสียงเฉลี่ยตลอด 8 ชั่วโมงแตะ 85 dB(A) ขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องเริ่มมาตรการอนุรักษ์การได้ยินทันที เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน และสุขภาพหูของพนักงาน

และหากเสียงยังดังเกินเพดานตามชั่วโมงการทำงานที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเสียงในโรงงานด้วย ดังนั้น ก่อนจะหาวิธีลดเสียง ควรรู้ว่าเสียงในคลังของเรากำลังส่งผลกระทบอะไรอยู่บ้าง

เสียงดังในคลังสินค้า ส่งผลกระทบอะไรบ้าง

 

เสียงดังในคลังสินค้าส่งผลกระทบอะไรบ้าง

เสียงดังในคลังสินค้า กระทบทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยเสียงพื้นหลังที่สูงอาจรบกวนการสื่อสาร ทำให้พนักงานต้องพูดดังขึ้นและมีโอกาสฟังคำสั่งผิด ไปจนถึงอาจไม่ได้ยินสัญญาณเตือนภัยในกรณีฉุกเฉิน

ผลต่อการสื่อสารและความผิดพลาดในการทำงานหน้างาน

เสียงจากรถเข็น เครื่องจักร หรือกิจกรรมขนย้ายอาจกลบเสียงพูด ทำให้ฟังตัวเลข รหัสสินค้า หรือล็อตผิด โดยเฉพาะเวลาสั่งงานระยะไกลในคลังสินค้า หากพนักงานต้องพูดซ้ำ ๆ หรือตะโกนบ่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าเสียงพื้นหลังเริ่มสูงเกินระดับที่สื่อสารกันได้ปกติแล้ว

ผลต่อสุขภาพหูและประสิทธิภาพของพนักงาน

การสัมผัสเสียงดังซ้ำ ๆ โดยเฉพาะระดับเฉลี่ย 85 dB(A) ตลอด 8 ชั่วโมง เพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินแบบสะสม นอกจากนี้ยังรบกวนสมาธิและลดประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานอีกด้วย

เสียงในคลังสินค้าดังแค่ไหนถึงเริ่มมีปัญหา

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ เพราะขึ้นกับระยะห่างและเสียงพื้นหลัง แต่ประเมินความเสี่ยงจากระดับเสียงควบคู่กับระยะเวลาที่พนักงานต้องอยู่ในจุดนั้นต่อวัน ยิ่งเสียงดังมาก ชั่วโมงการทำงานก็ควรสั้นลงตามไปด้วย เช่น จุดที่ต้องยืนตลอดกะ 8 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 90 dB(A) ตามที่กฎหมายกำหนด

ระดับเสียงเฉลี่ย ระยะเวลาการทำงานที่ได้รับเสียงต่อวัน
85 dB(A) 8 ชั่วโมง
90 dB(A) 2.31 ชั่วโมง
95 dB(A) 48 นาที
100 dB(A) 15 นาที
105 dB(A) 5 นาที
111 dB(A) 1 นาที

 

ข้อมูลจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานในแต่ละวัน

เสียงดังในคลังสินค้าและรถเข็น มาจากไหนบ้าง

เสียงดังในคลังสินค้าไม่ได้มาจากรถเข็นเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากล้อและพื้น เครื่องจักร ระบบลำเลียง การกระแทกวัสดุ และเสียงสะท้อนของอาคาร จึงควรหาต้นทางที่ถูกต้อง ก่อนเลือกวิธีลดเสียง

ตัวรถเข็น ล้อรถเข็น และชุดลากพ่วง

ล้อที่สึก ลูกปืนมีปัญหา หรือวัสดุล้อไม่เหมาะกับพื้น สามารถเพิ่มแรงกระแทกและเสียงระหว่างเคลื่อนที่ได้ รวมถึงชุดลากพ่วงที่มีการกระแทกขณะใช้งาน หากจุดนี้เป็นแหล่งเสียงหลักในหน้างาน ชุดลากพ่วงลดเสียงที่ออกแบบมาลดแรงกระแทกตรงนี้โดยเฉพาะจะช่วยได้ดี ทั้งนี้ต้องดูน้ำหนักบรรทุกและสภาพพื้นจริงประกอบด้วย

พื้นโรงงานและการสะท้อนของเสียง

พื้นขรุขระ รอยต่อ หลุม หรือระดับพื้นที่ต่างกัน ทำให้ล้อเกิดแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ล้อแข็งหรือบรรทุกน้ำหนักสูง จึงควรตรวจทั้งสภาพพื้นและวัสดุล้อควบคู่ไปด้วย

เครื่องจักรและกิจกรรมในคลังสินค้า

รถโฟล์คลิฟท์ สายพานลำเลียง การกระแทกพาเลท อุปกรณ์โลหะ และเสียงสะท้อนจากโครงสร้างอาคารล้วนเพิ่มระดับเสียงดังได้เช่นกัน

กฎหมายเสียงในโรงงาน กำหนดไว้กี่เดซิเบล

 

กฎหมายเสียงในโรงงาน กำหนดไว้กี่เดซิเบล (เทียบระดับเสียงและชั่วโมงทำงาน)

กฎหมายเสียงในโรงงาน กำหนดเพดานเสียงตามชั่วโมงการทำงานไว้ชัดเจน คือ

ทำงานไม่เกิน 7 ชม./วัน ห้ามเกิน 91 dB(A)
ทำงาน 7-8 ชม./วัน ห้ามเกิน 90 dB(A)
ทำงานเกิน 8 ชม./วัน ห้ามเกิน 80 dB(A)

กรณีเสียงกระแทกหรือเสียงพีค กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดไว้ที่ 140 dB(A) ห้ามเกินไม่ว่ากรณีใด ๆ

นอกจากค่าเหล่านี้ ยังมีอีกเกณฑ์หนึ่งที่แยกต่างหาก คือ หากค่าเฉลี่ยของเสียงตลอด 8 ชั่วโมงถึง 85 dB(A) ขึ้นไป นายจ้างต้องดำเนินมาตรการควบคุมและอนุรักษ์การได้ยินตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพราะถือเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยต้องทำอย่างไรเมื่อตรวจวัดระดับเสียงแล้วเกินมาตรฐาน

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยควรประเมินการสัมผัสเสียงและหาแหล่งกำเนิด จากนั้นควบคุมที่ต้นทางหรือทางวิศวกรรมก่อน เช่น ลดเสียงจากอุปกรณ์หรือปรับสภาพพื้นที่ พร้อมใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ตามความจำเป็น รวมถึงดำเนินมาตรการอนุรักษ์การได้ยินและตรวจสมรรถภาพการได้ยินตามข้อกำหนด

อยากลดเสียงรถเข็นและคลังสินค้า ทำวิธีไหนได้บ้าง

การลดเสียงรถเข็นควรเริ่มจากจากการหาแหล่งกำเนิด แล้วค่อยแก้ที่ตัวอุปกรณ์ ไม่ใช่พึ่งแค่อุปกรณ์ PPE เพียงอย่างเดียว โดยมีวิธีดำเนินการ 5 ขั้นตอน ได้แก่

  1. วัดระดับเสียง และระบุจุดเสี่ยง
  2. หาแหล่งกำเนิด เช่น ล้อรถเข็น พื้น หรือเครื่องจักร
  3. แก้ที่ต้นทาง ด้วยการซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
  4. วัดซ้ำ เพื่อประเมินผล
  5. ใช้ PPE เมื่อยังควบคุมเสียงไม่ได้เพียงพอ

เทียบล้อรถเข็น PU ยาง และไนลอน วัสดุไหนเสียงเงียบที่สุด

วัสดุล้อ ระดับเสียงโดยทั่วไป พื้นผิวที่เหมาะสม จุดเด่น
ยาง เงียบ ลดเสียงได้ดี พื้นขรุขระ งานที่ต้องการลดแรงสั่นสะเทือน ยืดหยุ่น ลดแรงกระแทก
ล้อ PU เงียบ พื้นเรียบ (Epoxy หรือคอนกรีตขัดเงา) เคลื่อนที่ลื่น รับน้ำหนักดี ทนการสึกหรอ
ไนลอน ปานกลาง งานอุตสาหกรรมที่ต้องรับน้ำหนักและสารเคมี รับน้ำหนักดี ทนสารเคมี

 

เสียงดังเอี๊ยดที่ล้อ ควรเปลี่ยนล้อหรือแค่ซ่อมบำรุง

เสียงเอี๊ยดควรตรวจลูกปืน แกนล้อ การสึกหรอ และสิ่งสกปรกก่อน หากเกิดจากการบำรุงรักษาไม่เพียงพอ การทำความสะอาดหรือหล่อลื่นอาจช่วยได้ แต่หากล้อแตก สึก ฝืด หรือลูกปืนชำรุด ควรเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยและลดเสียงที่ดังผิดปกติ

Cwheel ผู้เชี่ยวชาญด้านล้อรถเข็นและอุปกรณ์ลดเสียง ที่โรงงานไว้วางใจ

Cwheel ให้บริการล้อรถเข็นหลายวัสดุ ชุดลากพ่วง และอุปกรณ์สำหรับงานอุตสาหกรรม การเลือกใช้งานควรพิจารณาน้ำหนักบรรทุก สภาพพื้น และลักษณะการเคลื่อนย้ายเป็นหลัก หากต้นเหตุเกิดจากแรงกระแทกระหว่างการลากพ่วง ควรเลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับลักษณะงานแทนการเปลี่ยนทุกส่วนพร้อมกัน

สรุป

เสียงดังในคลังสินค้า ไม่ได้กระทบเพียงการได้ยิน แต่ยังรบกวนการสื่อสารและการรับรู้สัญญาณเตือน การแก้ปัญหาจึงควรเริ่มจากการวัดเสียงและหาต้นทาง เช่น ล้อ พื้น เครื่องจักร หรือการกระแทก ก่อนเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับหน้างานจริง

หากกำลังเจอปัญหาเสียงจากรถเข็นหรืออุปกรณ์ลากพ่วง ควรเริ่มจากการตรวจวัดและหาต้นทางก่อน แล้วจึงเลือกวัสดุล้อหรืออุปกรณ์ให้เหมาะกับน้ำหนักบรรทุกและสภาพพื้น วิธีนี้ช่วยให้วางแผนลดเสียงได้ตรงจุดกว่าการเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมกัน

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเสียงดังในคลังสินค้า (FAQ)

ซื้อล้อรถเข็นลดเสียงในไทย เลือกยังไงไม่โดนหลอก?

ควรตรวจวัสดุ ขนาด น้ำหนักบรรทุก และความเหมาะสมกับพื้นก่อนซื้อ หากผู้ขายระบุตัวเลขการลดเสียงเป็น dB ควรขอดูผลทดสอบพร้อมเงื่อนไขการทดสอบด้วย เพราะระดับเสียงจริงขึ้นกับพื้น น้ำหนัก ความเร็ว และโครงสร้างรถเข็น

เสียง 85 เดซิเบล ฟังตลอดวันอันตรายแค่ไหน?

การสัมผัสเสียงเฉลี่ย 85 dB(A) ตลอด 8 ชั่วโมงเป็นระดับที่ต้องให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์การได้ยิน ไม่ควรนำค่าที่วัดได้เพียงชั่วขณะมาตัดสินความเสี่ยงทั้งวัน เพราะความเสี่ยงจริงขึ้นกับระยะเวลาสัมผัสสะสมด้วย

ถ้าเปลี่ยนล้อเป็น PU ทั้งหมด จะหายเสียงดังไหม?

ไม่จำเป็น เพราะเสียงอาจมาจากพื้น เครื่องจักร การกระแทก หรือชุดลากพ่วงด้วย ล้อ PU อาจเหมาะกับบางสภาพงาน แต่ผลขึ้นกับน้ำหนักบรรทุก สภาพพื้น และโครงสร้างรถเข็น จึงควรตรวจหาต้นทางก่อนเปลี่ยนล้อทั้งหมด

วัดเสียงในคลังสินค้าเองได้ไหม?

สามารถใช้ Sound Level Meter ตรวจเบื้องต้นเพื่อค้นหาจุดที่มีเสียงสูงได้ แต่หากต้องใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินตามข้อกำหนด ควรใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและดำเนินการตามหลักเกณฑ์การตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานโดยผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด

พื้นคอนกรีตขรุขระ ทำให้เสียงดังขึ้นจริงไหม?

มีโอกาส เพราะพื้นขรุขระและรอยต่อทำให้เกิดแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนระหว่างล้อกับพื้นมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อล้อแข็งหรือมีน้ำหนักบรรทุกสูง ดังนั้นควรตรวจสภาพพื้นควบคู่กับวัสดุและสภาพของล้อก่อนตัดสินใจเปลี่ยนอุปกรณ์


บทความที่เกี่ยวข้อง
ลดแรงสั่นสะเทือน รถลากพ่วงในโรงงาน
ลดแรงสั่นสะเทือนรถลากพ่วงในโรงงาน ด้วย 3 วิธี ได้แก่ การเลือกลูกล้ออุตสาหกรรม ติดตั้งชุดลากพ่วง และปรับสมดุลช่วงล่าง เพื่อป้องกันชิ้นส่วนเปราะบางเสียหาย
4 ส.ค. 2026
ล้อรถเข็น เลือกแบบไหน
สำหรับคนที่อยากรู้จักล้อรถเข็นมากขึ้น ทำความเข้าใจประเภทวัสดุ เคล็ดลับการเลือก ไอเดียการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเคลื่อนย้ายสิ่งต่าง ๆ
3 ส.ค. 2025
ลูกล้อสแตนเลส
จบปัญหาลูกล้อสแตนเลสเกิดสนิม Cwheel จะพาไปดูสาเหตุหลักและ 3 วิธีแก้ พร้อมแนะนำการเลือกเกรดสแตนเลสที่ทนทาน เพื่อให้ล้อรถเข็นใช้งานได้ยาวนานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง
5 ธ.ค. 2025
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy