เสียงดังในคลังสินค้า ส่งผลเสียต่อการสื่อสารในโรงงานอย่างไร?

ปัญหาเสียงดังในคลังสินค้า ทั้งจากเครื่องจักร เสียงรถเข็น เสียงล้อกระทบพื้นต่อเนื่อง จนทำให้การสื่อสารผิดพลาด เช่น หัวหน้าตะโกนว่าให้หยิบของล็อต B แต่ดันได้ยินว่าล็อต D สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องทั่วไป เพราะเมื่อระดับเสียงเฉลี่ยตลอด 8 ชั่วโมงแตะ 85 dB(A) ขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องเริ่มมาตรการอนุรักษ์การได้ยินทันที เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน และสุขภาพหูของพนักงาน
และหากเสียงยังดังเกินเพดานตามชั่วโมงการทำงานที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเสียงในโรงงานด้วย ดังนั้น ก่อนจะหาวิธีลดเสียง ควรรู้ว่าเสียงในคลังของเรากำลังส่งผลกระทบอะไรอยู่บ้าง

เสียงดังในคลังสินค้าส่งผลกระทบอะไรบ้าง
เสียงดังในคลังสินค้า กระทบทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยเสียงพื้นหลังที่สูงอาจรบกวนการสื่อสาร ทำให้พนักงานต้องพูดดังขึ้นและมีโอกาสฟังคำสั่งผิด ไปจนถึงอาจไม่ได้ยินสัญญาณเตือนภัยในกรณีฉุกเฉิน
ผลต่อการสื่อสารและความผิดพลาดในการทำงานหน้างาน
เสียงจากรถเข็น เครื่องจักร หรือกิจกรรมขนย้ายอาจกลบเสียงพูด ทำให้ฟังตัวเลข รหัสสินค้า หรือล็อตผิด โดยเฉพาะเวลาสั่งงานระยะไกลในคลังสินค้า หากพนักงานต้องพูดซ้ำ ๆ หรือตะโกนบ่อย ๆ เป็นสัญญาณว่าเสียงพื้นหลังเริ่มสูงเกินระดับที่สื่อสารกันได้ปกติแล้ว
ผลต่อสุขภาพหูและประสิทธิภาพของพนักงาน
การสัมผัสเสียงดังซ้ำ ๆ โดยเฉพาะระดับเฉลี่ย 85 dB(A) ตลอด 8 ชั่วโมง เพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินแบบสะสม นอกจากนี้ยังรบกวนสมาธิและลดประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานอีกด้วย
เสียงในคลังสินค้าดังแค่ไหนถึงเริ่มมีปัญหา
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ เพราะขึ้นกับระยะห่างและเสียงพื้นหลัง แต่ประเมินความเสี่ยงจากระดับเสียงควบคู่กับระยะเวลาที่พนักงานต้องอยู่ในจุดนั้นต่อวัน ยิ่งเสียงดังมาก ชั่วโมงการทำงานก็ควรสั้นลงตามไปด้วย เช่น จุดที่ต้องยืนตลอดกะ 8 ชั่วโมง ไม่ควรเกิน 90 dB(A) ตามที่กฎหมายกำหนด
| ระดับเสียงเฉลี่ย | ระยะเวลาการทำงานที่ได้รับเสียงต่อวัน |
|---|---|
| 85 dB(A) | 8 ชั่วโมง |
| 90 dB(A) | 2.31 ชั่วโมง |
| 95 dB(A) | 48 นาที |
| 100 dB(A) | 15 นาที |
| 105 dB(A) | 5 นาที |
| 111 dB(A) | 1 นาที |
ข้อมูลจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง มาตรฐานระดับเสียงที่ยอมให้ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดระยะเวลาการทำงานในแต่ละวัน
เสียงดังในคลังสินค้าและรถเข็น มาจากไหนบ้าง
เสียงดังในคลังสินค้าไม่ได้มาจากรถเข็นเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากล้อและพื้น เครื่องจักร ระบบลำเลียง การกระแทกวัสดุ และเสียงสะท้อนของอาคาร จึงควรหาต้นทางที่ถูกต้อง ก่อนเลือกวิธีลดเสียง
ตัวรถเข็น ล้อรถเข็น และชุดลากพ่วง
ล้อที่สึก ลูกปืนมีปัญหา หรือวัสดุล้อไม่เหมาะกับพื้น สามารถเพิ่มแรงกระแทกและเสียงระหว่างเคลื่อนที่ได้ รวมถึงชุดลากพ่วงที่มีการกระแทกขณะใช้งาน หากจุดนี้เป็นแหล่งเสียงหลักในหน้างาน ชุดลากพ่วงลดเสียงที่ออกแบบมาลดแรงกระแทกตรงนี้โดยเฉพาะจะช่วยได้ดี ทั้งนี้ต้องดูน้ำหนักบรรทุกและสภาพพื้นจริงประกอบด้วย
พื้นโรงงานและการสะท้อนของเสียง
พื้นขรุขระ รอยต่อ หลุม หรือระดับพื้นที่ต่างกัน ทำให้ล้อเกิดแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อใช้ล้อแข็งหรือบรรทุกน้ำหนักสูง จึงควรตรวจทั้งสภาพพื้นและวัสดุล้อควบคู่ไปด้วย
เครื่องจักรและกิจกรรมในคลังสินค้า
รถโฟล์คลิฟท์ สายพานลำเลียง การกระแทกพาเลท อุปกรณ์โลหะ และเสียงสะท้อนจากโครงสร้างอาคารล้วนเพิ่มระดับเสียงดังได้เช่นกัน

กฎหมายเสียงในโรงงาน กำหนดไว้กี่เดซิเบล (เทียบระดับเสียงและชั่วโมงทำงาน)
กฎหมายเสียงในโรงงาน กำหนดเพดานเสียงตามชั่วโมงการทำงานไว้ชัดเจน คือ
ทำงานไม่เกิน 7 ชม./วัน ห้ามเกิน 91 dB(A)
ทำงาน 7-8 ชม./วัน ห้ามเกิน 90 dB(A)
ทำงานเกิน 8 ชม./วัน ห้ามเกิน 80 dB(A)
กรณีเสียงกระแทกหรือเสียงพีค กฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดไว้ที่ 140 dB(A) ห้ามเกินไม่ว่ากรณีใด ๆ
นอกจากค่าเหล่านี้ ยังมีอีกเกณฑ์หนึ่งที่แยกต่างหาก คือ หากค่าเฉลี่ยของเสียงตลอด 8 ชั่วโมงถึง 85 dB(A) ขึ้นไป นายจ้างต้องดำเนินมาตรการควบคุมและอนุรักษ์การได้ยินตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพราะถือเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังแล้ว
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยต้องทำอย่างไรเมื่อตรวจวัดระดับเสียงแล้วเกินมาตรฐาน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยควรประเมินการสัมผัสเสียงและหาแหล่งกำเนิด จากนั้นควบคุมที่ต้นทางหรือทางวิศวกรรมก่อน เช่น ลดเสียงจากอุปกรณ์หรือปรับสภาพพื้นที่ พร้อมใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) ตามความจำเป็น รวมถึงดำเนินมาตรการอนุรักษ์การได้ยินและตรวจสมรรถภาพการได้ยินตามข้อกำหนด
อยากลดเสียงรถเข็นและคลังสินค้า ทำวิธีไหนได้บ้าง
การลดเสียงรถเข็นควรเริ่มจากจากการหาแหล่งกำเนิด แล้วค่อยแก้ที่ตัวอุปกรณ์ ไม่ใช่พึ่งแค่อุปกรณ์ PPE เพียงอย่างเดียว โดยมีวิธีดำเนินการ 5 ขั้นตอน ได้แก่
- วัดระดับเสียง และระบุจุดเสี่ยง
- หาแหล่งกำเนิด เช่น ล้อรถเข็น พื้น หรือเครื่องจักร
- แก้ที่ต้นทาง ด้วยการซ่อมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์
- วัดซ้ำ เพื่อประเมินผล
- ใช้ PPE เมื่อยังควบคุมเสียงไม่ได้เพียงพอ
เทียบล้อรถเข็น PU ยาง และไนลอน วัสดุไหนเสียงเงียบที่สุด
| วัสดุล้อ | ระดับเสียงโดยทั่วไป | พื้นผิวที่เหมาะสม | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| ยาง | เงียบ ลดเสียงได้ดี | พื้นขรุขระ งานที่ต้องการลดแรงสั่นสะเทือน | ยืดหยุ่น ลดแรงกระแทก |
| ล้อ PU | เงียบ | พื้นเรียบ (Epoxy หรือคอนกรีตขัดเงา) | เคลื่อนที่ลื่น รับน้ำหนักดี ทนการสึกหรอ |
| ไนลอน | ปานกลาง | งานอุตสาหกรรมที่ต้องรับน้ำหนักและสารเคมี | รับน้ำหนักดี ทนสารเคมี |
เสียงดังเอี๊ยดที่ล้อ ควรเปลี่ยนล้อหรือแค่ซ่อมบำรุง
เสียงเอี๊ยดควรตรวจลูกปืน แกนล้อ การสึกหรอ และสิ่งสกปรกก่อน หากเกิดจากการบำรุงรักษาไม่เพียงพอ การทำความสะอาดหรือหล่อลื่นอาจช่วยได้ แต่หากล้อแตก สึก ฝืด หรือลูกปืนชำรุด ควรเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยและลดเสียงที่ดังผิดปกติ
Cwheel ผู้เชี่ยวชาญด้านล้อรถเข็นและอุปกรณ์ลดเสียง ที่โรงงานไว้วางใจ
Cwheel ให้บริการล้อรถเข็นหลายวัสดุ ชุดลากพ่วง และอุปกรณ์สำหรับงานอุตสาหกรรม การเลือกใช้งานควรพิจารณาน้ำหนักบรรทุก สภาพพื้น และลักษณะการเคลื่อนย้ายเป็นหลัก หากต้นเหตุเกิดจากแรงกระแทกระหว่างการลากพ่วง ควรเลือกอุปกรณ์ให้ตรงกับลักษณะงานแทนการเปลี่ยนทุกส่วนพร้อมกัน
สรุป
เสียงดังในคลังสินค้า ไม่ได้กระทบเพียงการได้ยิน แต่ยังรบกวนการสื่อสารและการรับรู้สัญญาณเตือน การแก้ปัญหาจึงควรเริ่มจากการวัดเสียงและหาต้นทาง เช่น ล้อ พื้น เครื่องจักร หรือการกระแทก ก่อนเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะกับหน้างานจริง
หากกำลังเจอปัญหาเสียงจากรถเข็นหรืออุปกรณ์ลากพ่วง ควรเริ่มจากการตรวจวัดและหาต้นทางก่อน แล้วจึงเลือกวัสดุล้อหรืออุปกรณ์ให้เหมาะกับน้ำหนักบรรทุกและสภาพพื้น วิธีนี้ช่วยให้วางแผนลดเสียงได้ตรงจุดกว่าการเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมกัน
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับเสียงดังในคลังสินค้า (FAQ)
ซื้อล้อรถเข็นลดเสียงในไทย เลือกยังไงไม่โดนหลอก?
ควรตรวจวัสดุ ขนาด น้ำหนักบรรทุก และความเหมาะสมกับพื้นก่อนซื้อ หากผู้ขายระบุตัวเลขการลดเสียงเป็น dB ควรขอดูผลทดสอบพร้อมเงื่อนไขการทดสอบด้วย เพราะระดับเสียงจริงขึ้นกับพื้น น้ำหนัก ความเร็ว และโครงสร้างรถเข็น
เสียง 85 เดซิเบล ฟังตลอดวันอันตรายแค่ไหน?
การสัมผัสเสียงเฉลี่ย 85 dB(A) ตลอด 8 ชั่วโมงเป็นระดับที่ต้องให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์การได้ยิน ไม่ควรนำค่าที่วัดได้เพียงชั่วขณะมาตัดสินความเสี่ยงทั้งวัน เพราะความเสี่ยงจริงขึ้นกับระยะเวลาสัมผัสสะสมด้วย
ถ้าเปลี่ยนล้อเป็น PU ทั้งหมด จะหายเสียงดังไหม?
ไม่จำเป็น เพราะเสียงอาจมาจากพื้น เครื่องจักร การกระแทก หรือชุดลากพ่วงด้วย ล้อ PU อาจเหมาะกับบางสภาพงาน แต่ผลขึ้นกับน้ำหนักบรรทุก สภาพพื้น และโครงสร้างรถเข็น จึงควรตรวจหาต้นทางก่อนเปลี่ยนล้อทั้งหมด
วัดเสียงในคลังสินค้าเองได้ไหม?
สามารถใช้ Sound Level Meter ตรวจเบื้องต้นเพื่อค้นหาจุดที่มีเสียงสูงได้ แต่หากต้องใช้เป็นข้อมูลเพื่อประเมินตามข้อกำหนด ควรใช้เครื่องมือที่เหมาะสมและดำเนินการตามหลักเกณฑ์การตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานโดยผู้มีคุณสมบัติตามที่กำหนด
พื้นคอนกรีตขรุขระ ทำให้เสียงดังขึ้นจริงไหม?
มีโอกาส เพราะพื้นขรุขระและรอยต่อทำให้เกิดแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนระหว่างล้อกับพื้นมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อล้อแข็งหรือมีน้ำหนักบรรทุกสูง ดังนั้นควรตรวจสภาพพื้นควบคู่กับวัสดุและสภาพของล้อก่อนตัดสินใจเปลี่ยนอุปกรณ์


